หน้าแรก รีวิวเกมคาสิโน แบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็ค

49
0
แบล็คแจ็ค เกมไพ่ยอดนิยม

แบล็คแจ็ค เกมไพ่ยอดนิยม ส่งตรงจาก คาสิโนออนไลน์

แบล็คแจ็ค ถือเป็นอีก 1 เกมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมี วิธีเล่น ที่สามารถกำหมดเองได้ ว่าแต้มเท่าไหร่ควรเรียกไพ่เพิ่ม หรือแต้มแค่ไหน ควรจะหยุดเรียกไพ่

สำหรับเกมนี้ เป็นเกมที่ให้บริการมาก่อน ในทางด้านของ คาสิโน ซึ่งเปิดให้บริการในต่างประเทศ แต่เข้ามีการพัฒนามากขึ้น จึงได้เปิดให้บริการ เว็บไซต์ที่บริการ คาสิโนออนไลน์ ขึ้นมา และได้นำเกม แบล็คแจ็ค นี้ เข้ามาให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์นั้นเองครับ ซึ่งเกมนี้เอง ก็จะมีรูปแบบการเล่นที่สนุกมากๆนะครับ

และสามารถที่จะใช้เป็นเกมสร้างรายได้ให้กับเราได้ หากเรามีความเข้าใจในตัวเกมมากพอ รู้จักกับการนับแต้มที่ดี แต้มที่เท่าไหร่ ควรหยุด แต้มที่เท่าไหร่ควรที่จะเพิ่ม ก่อนอื่น เรามาดู วิธีเล่น กันก่อนเลยนะครับ

แบล็คแจ็ค เกมไพ่ยอดนิยม

วิธีเล่น เกมไพ่ที่มาไกลจากต่างแดน

วิธีเล่น เกมไพ่อย่างแบล็คแจ็คนั้น ก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก หรือซับซ้อนนะครับ ออกจะเป็นรูปแบบที่ง่ายซะด้วยซ้ำนะครับ ก่อนอื่น เกมนี้จะมีการนับแต้มที่คล้ายๆกับเกมอื่นอยู่แล้วนะครับ

สำหรับวิธีเล่น เมื่อเราหาโต๊ะที่จะเล่นได้แล้ว ในโต๊ะจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆนะครับ นั้นคือเจ้ามือ กับ ผู้เล่น ซึ่งเจ้ามือ จะถือไพ่เพียง 1 ชุด แต่ผู้เล่น ในบางเว็บไซต์นั้น สามารถเรียกเล่นกี่ที่ชุดก็ได้นะครับ พอเราเลือกโต๊ะ เลือกตำแหน่งที่จะนั่งได้แล้ว ก็จะเป็นรอบของการเดิมพัน ซึ่งการเดิมพันนั้น ก็จะแบ่งเป็น 4 ส่วนนะครับ

  • Regular Bet

จะเป็นการเดิมพันธรรมดานะครับ ซึ่งอัตราการจ่าย ก็จะอยู่ที่ 1 : 1

  • Behind Bet

จะเป็นการเดิมพันกับผู้เล่นคนอื่น ที่อยู่ในโต๊ะเดียวกับเรานะครับ ใช้เวลาที่เราเห็นว่าผู้เล่นคนนั้นๆ มีโอกาสชนะเยอะๆ การเดิมพันในรูปแบบนี้ ก็จะเป็นประโยชน์กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก และถือว่าเป็นเกมส์เดียวเลย ที่สามารถเดิมพันกับการเล่นของผู้เล่นท่านอื่นๆได้อีกด้วย

  • Perfect Pair

จะเป็นการแทงเดิมพันไพ่คู่แรก ที่เจ้ามือได้แจกให้กับเรา ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบอีกที่นั่นเอง

  • ไพ่คู่ผสม (Mixed Pairs) ไพ่ที่มีหน้าเดียวกัน แต่ไม่นับดอก อย่างเช่น 10 โพดำ กับ 10 โพแดง , K หลาบตัด กับ K ดอกจิก ถ้าไพ่ที่เป็น 2 ใบแรกของเรานั้น เข้าเงื่อนไขของไพ่คู่ผสม เราก็จะได้รับอัตราการจ่าย ซึ่งจะอยู่ที่ 1 : 6
  • ไพ่คู่สำเหมือนกัน (Colored Pairs) ไพ่ที่มีหน้าเดียวกัน และมีดอกเป็นสีเดียวกันด้วย อย่างเช่น 5 โพดำ กับ 5 ดอกจิก , 8 โพแดง กับ 8 หลามตัด ถ้าไพ่ที่เป็น 2 ใบแรกของเรานั้น เข้าเงื่อนไขของไพ่คู่ผสม เราก็จะได้รับอัตราการจ่าย ซึ่งจะอยู่ที่ 1 : 12
  • ไพ่คู่เพอร์เฟค (Perfect Pairs) ไพ่ที่มีหน้าเดียวกัน และมีดอกเดียวกัน อย่างเช่น 4 โพดำ กับ 4 โพดำ , 7 โพแดง กับ 7 โพแดง ถ้าไพ่ที่เป็น 2 ใบแรกของเรานั้น เข้าเงื่อนไขของไพ่คู่ผสม เราก็จะได้รับอัตราการจ่าย ซึ่งจะอยู่ที่ 1 : 25
  • 21+3

จะเป็นการเดิมพันไพ่ 2 ใบแรกของเรา และไพ่ 1 ใบแรกของเจ้ามือนั่นเอง ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 รูปแบบ ที่แยกออกมาอีกที

  • Flush ไพ่ 3 ใบ มีดอกเหมือนกันทั้งหมด ซึ่งจะไม่นับตัวเลขนะครับ อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 1 : 5
  • Straight ไพ่ 3 ใบ เป็นแต้มเรียงกันทั้งหมด แต่ไม่ใช่ดอกเดียวกัน อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 1 : 10
  • Three of a kind ไพ่ 3 ใบ เป็นเลขตอง อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 30
  • Straight Flush ไพ่ 3 ใบ เรียงกัน และมีดอกเดียวกันทั้งหมด อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 40
  • Suited Trips ไพ่ 3 ใบ เป็นไพ่ตอง และมีดอกเดียวกันทั้งหมด อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 1 : 100

หลังจากที่เราทำการเดิมพันเสร็จแล้ว เจ้ามือจะทำการแจกไพ่นะครับ เริ่มจากผู้เล่นที่อยู่ขวามือสุดก่อน วนไป 2 รอบ ซึ่งเจ้ามือจะหงายไพ่ไว้ 1 ใบ เมื่อแจกไพ่เสร็จ จะเข้าสู้รอบ Hit, Stand, Double Down, Pair หรือ Secured ซึ่งแต่จะคำศัพท์ จะมีความหมายดังนี้

  • Hit เป็นการขอไพ่เพิ่ม 1 ใบ และสามารถขอได้เรื่อยๆ จนกว่าจะ Busted หรือแต้มรวมที่เราพอใจ
  • Stand คือหยุดขอไพ่เพิ่ม หากแต้มรวมของไพ่เราพอแล้ว
  • Double Down เป็นการจั่สไพ่เพียง 1 ใบ แล้วทำการเพิ่มเงินเดมพันเป็น 2 เท่า
  • Split เป็นการใช้สิทธิ จากการที่ไพ่ของเราเป็นไพ่คู่ จะแยกไพ่เป็น 2 ชุด หลังจากนั้นจะใช้สิทธิ Hit สำหรับเรียกไพ่เพิ่มจากชุดไพ่ที่เราแยกไป
  • Surrender เป็นการข้อยอมแพ้ ซึ่งจะต้องทำในรอบแรกของเกมเลย และจะได้เงินคืนครึ่งนึง
  • Insurance หากไพ่ใบแรกของเจ้ามือ เป็นไพ่ A ซึ่งจะเป็นการเดิมพัน โดยจะต้องเดิมพันเพิ่มอีก ครึ่งนึงของเงินเดิมพัน หากเจ้ามือได้ไพ่รวบ 21 แต้ม ผู้เล่นจะได้รับเงินเป็น 2 เท่า แต่ถ้าไม่ใช่ 21 แต้ม ก็จะแพ้เดิมพัน

การนับแต้ม ของเกมไพ่อย่างแบล็คแจ็ค

สำหรับ การนับแต้ม นั้น ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับเกมอื่นมากนะครับ ซึ่งการนับแต้ม ก็จะมีดังนี้ครับ

2 – 9 มีค่าเท่ากับแต้มบนหน้าไพ่

10 J Q K มีค่าเท่ากับ 10

A มีค่าได้ทั้ง 1 และ 11 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของหน้าไพ่นั้นๆ หากแต้มรวมบนไพ่ของเรา มีแต้มน้อยกว่า 11 ไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 11 แต่ถ้าไพ่ของเรา มีแต้มรวมมากกว่า 10 ไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 1

สำหรับแต้มสูงสุดของเกมแบล็คแจ็คนั้น จะอยู่ที่ 21 นะครับ หากผู้เล่น หรือเจ้ามือก็ตาม ขอไพ่จนแต้มรวมเกิน 21 จะแพ้ทันที ซึ่งเกมส์นี้เอง ก็จะมีเสนห์ตรงนี้นั่นเอง หากผู้เล่นหรือเจ้ามือก็ตาม ขอไพ่มากเกินไป จนแต้มรวมของไพ่นั้น มีแต้มมากกว่า 21 แต้ม ก็เป็นฝ่ายที่แพ้ไปในการเล่นของรอบนั้นๆ


สรุป เกมไพ่แบล็คแจ็ค เป็นเกมที่ต้องขอไพ่ ให้แต้มรวมใกล้ 21 แต้มให้มากที่สุด แต่ถ้าแต้มรวมเกิน 21 แต้ม ก็จะแพ้ทันทีครับ ส่วนเทคนิคการเล่นนั้น จะมีอะไรบ้าง ไว้มาอัปเดตให้ในบทความต่อไปนะครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here